ความรู้

แนะนำวิธีการเลือกทำเลที่ตั้งบ้าน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านหรือตั้งใจจะซื้อบ้านใหม่ การเลือกทำเลที่ตั้งบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ เพราะมันจะส่งผลต่อการเดินทางเพื่อทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ของท่านและครอบครัว แต่ละคนก็มีความจำเป็นและความสะดวกในการเดินทางที่ไม่เหมือนกัน หากเลือกโดยไม่คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้แล้วย่อมจะส่งผลต่อความสะดวกและความสุขในการใช้ชีวิต ทางผู้เขียนจึงนำวิธีที่พอจะช่วยให้ท่านสามารถเลือกทำเลที่ตั้งได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้นมาแนะนำ วิธีนี้ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ให้ท่านนึกถึงสถานที่ที่ทุกคนในบ้านมีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปประจำทุกวันหรือบ่อย ๆ จากนั้นก็ให้น้ำหนักความสำคัญแก่สถานที่เหล่านั้นอย่างเหมาะสม เช่น หากท่านไม่มียานพาหนะส่วนบุคคลและจำเป็นจะต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะ จุดบริการขนส่งสาธารณะก็ควรจะมีคะแนนมากที่สุด โรงเรียนของลูก ๆ ที่ต้องไปเป็นประจำทุกวันก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของสถานที่ที่สำคัญและหากท่านหรือครอบครัวมีความจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อย ๆ ก็ควรนำมาคำนึงถึงด้วย *การให้คะแนนไม่มีเกณฑ์ใด ๆ แค่ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของท่าน เมื่อท่านได้ให้น้ำหนักความสำคัญของแต่ละสถานที่แล้ว ให้ท่านลองเปิด Google map และนำค่าละติจูดและลองจิจูดของแต่ละจุดมาคำนวณเพื่อหาจุดสมดุล เช่นมีสามจุดที่มีความสำคัญแตกต่างกันดังนี้ จุด A (โรงพยาบาลราชบุรี: สถานที่ที่ท่านพาพ่อแม่มาบ้างเป็นครั้งคราว)          ให้น้ำหนัก 3 พิกัด (13.5308368, 99.8144224) จุด B (โรงเรียนอนุบาลราชบุรี: โรงเรียนของลูก ๆ ท่าน)                    ให้น้ำหนัก 5 พิกัด (13.5342054, 99.8097701) จุด C (Big C ราชบุรี: …

แนะนำวิธีการเลือกทำเลที่ตั้งบ้าน Read More »

บ้านแบบไหนที่ปลอดภัยกับเด็ก

สำหรับพ่อแม่ที่มีความคิดจะซื้อบ้านหรือหาที่อยู่ใหม่แต่ก็กังวลกับความเป็นอยู่ของเจ้าเตาะแตะตัวน้อย วันนี้ผู้เขียนจะพาไปดูว่าบ้านแบบไหนกันแน่นะที่จะปลอดภัยกับเด็กเล็กวัยเตาะแตะกัน เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในบ้านไม่ควรจะมีเหลี่ยมมุม เด็กเล็กมักจะมีความซุกซนและไม่ระมัดระวังตัว การเล่นที่รุนแรงอาจทำให้ตัวเด็กเองปะทะกับมุมต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้าน อย่างเช่น มุมโซฟา มุมโต๊ะ หรือมุมเก้าอี้ เป็นต้น ซึ่งถึงแม้เราจะไม่สามารถปกป้องได้ทั้งหมด แต่ก็น่าจะลดการบาดเจ็บได้หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น   ชั้นวางของทำเป็นแบบ Build in เด็กที่โตขึ้นมาหน่อยมักจะมีแรงและพลังมาก บางครั้งอาจซุกซนปีนป่ายหรือเล่นใกล้ชั้นวางของ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่สามารถเกิดอุบัติเหตุอย่างชั้นวางของล้มทับเด็กได้ ผมจึงแนะนำว่าชั้นวางของควรจะมีความมั่นคงพอหรือถ้าจะให้มั่นใจได้มากขึ้น การติดตั้งชั้นวางของแบบ Build in จะปลอดภัยกว่า ต้องระวังปลั๊กไฟ การซุกซนมักจะทำให้เกิดการเรียนรู้ แต่ว่าบางอย่างที่อันตรายถึงชีวิตอย่าเสี่ยงดีกว่า อุบัติเหตุที่เกิดจากปลั๊กไฟกับเด็กมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ทางที่ดีจึงควรติดตั้งปลั๊กไฟให้สูงพ้นมือเด็ก แต่ในความเป็นจริงคงทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะปลั๊กไฟแต่ละระดับก็ใช้ในกรณีที่แตกต่างกัน ทางที่ดีจึงควรมีตัวครอบปลั๊กติดตั้งไว้ด้วย และควรใช้เป็นปลั๊กสามตาเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วด้วย   รั้วกั้นบันได บันไดกับเด็กก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่อันตรายเช่นกัน ซึ่งเราสามารถป้องกันเด็กจากการตกบันไดได้ด้วยการทำรั้วกั้นไม่ให้เด็ก ๆ เล่นที่บันได ทั้งนี้รั้วกั้นยังสามารถติดตั้งตรงส่วนที่ไม่อยากให้เด็กเข้าไปในส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ด้วย   เลือกใช้วัสดุปูพื้นห้องน้ำที่ไม่ลื่น การลื่นล้มมักเป็นปัญหาไม่ใช่แต่กับเด็กแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็พบปัญหานี้เช่นกัน สำหรับส่วนวัสดุพื้นห้องน้ำที่ไม่ลื่นสามารถเลือกใช้กระเบื้องที่มีค่า Slip resistance(ค่ากันลื่น) ที่ R 10 ขึ้นไปได้ …

บ้านแบบไหนที่ปลอดภัยกับเด็ก Read More »

วิธีการประเมินราคาบ้านและที่ดินด้วยวิธีเทียบราคาตลาด (Market Approach)

โดยปกติเวลาคนส่วนใหญ่จะทำการตั้งราคาในการซื้อหรือขายบ้านก็จะให้ราคาตามทรัพย์ข้างเคียง วิธีนี้คือพื้นฐานของการประเมินราคาด้วยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด วิธีเปรียบเทียบตลาดก็ตรงตามชื่อคือการเปรียบเทียบทรัพย์สินที่เราสนใจกับทรัพย์สินลักษณะเดียวกันในบริเวณโดยรอบทรัพย์นั้น โดยวิธีประเมินราคาด้วยการเปรียบเทียบราคาตลาดก็ประกอบด้วยวิธีย่อยอีก 4 วิธี ได้แก่   วิธีเปรียบเทียบโดยตรง (Direct Comparison) วิธีการเปรียบเทียบโดยตรงสามารถทำได้โดยนำข้อมูลทรัพย์เปรียบเทียบมาเทียบกันโดยตรง ดังตัวอย่างด้านล่าง ทรัพย์ที่สนใจ ทรัพย์ที่ 1 ทรัพย์ที่ 2 ราคา X = ไม่ทราบ 500 450 จำนวนห้องนอน 3 3 1 จำนวนห้องน้ำ 2 1 2   กำหนดตัวแปร a คือราคาที่เปลี่ยนแปลงไปสำหรับห้องนอน 1 ห้อง กำหนดตัวแปร b คือราคาที่เปลี่ยนแปลงไปสำหรับห้องน้ำ 1 ห้อง จะได้สมการ           3a + 1b = 500 เป็นสมการของทรัพย์ที่ 1 และจะได้สมการ     1a + 2b …

วิธีการประเมินราคาบ้านและที่ดินด้วยวิธีเทียบราคาตลาด (Market Approach) Read More »

การรับมือดอกเบี้ยขาขึ้นสำหรับคนกู้ซื้อบ้าน

ในการซื้อบ้านหากเรามีกำลังทรัพย์ไม่มากพอคงเลี่ยงการกู้เงินจากธนาคารไม่ได้ ซึ่งในการกู้ย่อมตามมาด้วยดอกเบี้ย หลาย ๆ ธนาคารจะมีระบบดอกเบี้ยแบบลอยตัวยึดตาม MRR (Minimum Retail Rate) ของแต่ละธนาคารซึ่งมีการปรับขึ้นลงเพื่อสนองต่อนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อีกทีนึง สำหรับคนกู้ซื้อบ้านแล้วหลายคนคงจะทราบว่าดอกเบี้ยบ้านเป็นดอกเบี้ยลดต้นลดดอกนั่นหมายความว่าเวลาเราจ่ายเงินงวดหนึ่ง เงินส่วนหนึ่งจะใช้ในการชำระดอกเบี้ยและอีกส่วนจะใช้ชำระเงินต้น เช่น เรากู้ซื้อบ้านราคา 3,000,000 บาท ที่อัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นระยะเวลา 30 ปี เราจะต้องจ่ายค่างวด 19959.07 บาทต่อเดือน (วิธีการคำนวณค่างวดคลิกเลย) ในเดือนแรกเราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นเต็มจำนวนคือ (7/12)% ต่อเดือน ของ 3,000,000 บาท ซึ่งเท่ากับ 17,500 บาท นั่นหมายความว่าเงินจำนวน 19959.07 บาทที่เราจ่ายไปนั้นหักเงินต้นของเราไปเพียง 2459.07 บาทเท่านั้น ในเดือนที่สอง เงินต้นของเราจะเหลือเท่ากับ 3,000,000 – 2459.07 ซึ่งเท่ากับ 2,997,540.93 บาทคิดซ้ำแบบในเดือนแรกอีกครั้ง คราวนี้ดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายจะเหลือ 17,485.66 บาท ซึ่งลดลงจากเดือนแรกนิดหน่อยและเงินส่วนที่เหลือจากค่างวดก็จะได้ไปหักเงินต้นเพิ่มขึ้น …

การรับมือดอกเบี้ยขาขึ้นสำหรับคนกู้ซื้อบ้าน Read More »

Scroll to Top